ในคืนก่อนงานแถลงข่าว ซูชิงเหอได้ยินเสียงสามีหัวเราะอยู่ในห้องเก็บเอกสาร ทั้งที่เขาบอกเธอว่าจะทำงานล่วงเวลาจนดึก และสิ่งที่ทำให้มือของเธอเย็นเฉียบไม่ใช่เสียงของเขา แต่เป็นประโยคที่ดังลอดประตูออกมา
“พรุ่งนี้พอสูตรถูกเปิดเผย ทุกอย่างก็จะเป็นของเรา ส่วนเธอจะไม่มีหลักฐานเหลือแม้แต่แผ่นเดียว”
ชิงเหอยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ในมือยังถือถุงปลาสดที่เขาฝากให้เธอซื้อ เธอไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปทันที เพราะในห้องนั้นมีหลินเกอ ผู้ช่วยส่วนตัวของเธอ และเฉินอวี้เหวิน สามีที่เธอใช้ชีวิตร่วมกันมาสิบปี
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา เธอเชื่อว่าความรักของอวี้เหวินคือสิ่งเดียวที่ไม่เคยหลอกลวงเธอ แต่คืนนั้นเธอกลับได้ยินเขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับผู้หญิงอีกคน
“อดทนอีกหน่อยนะที่รัก หลังงานแถลงข่าว ฉันจะหย่ากับเธอ แล้วแต่งงานกับคุณอย่างเปิดเผย”
หลินเกอหัวเราะเบา ๆ “ฉันไม่อยากรอแล้ว คุณก็รู้ว่าฉันต้องแต่งงานกับเสี่ยไคหมิงก่อน ถ้าเราได้บริษัทตระกูลเซี่ยมาอยู่ในมือ เราจะมีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และอำนาจ ตอนนั้นไม่มีใครกล้าดูถูกเราอีก”
ชิงเหอจำชื่อนั้นได้ เสี่ยไคหมิงเป็นทายาทคนเดียวของตระกูลเซี่ย เจ้าของกลุ่มบริษัทเซี่ยกรุ๊ป ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทของเธอ เขาอายุน้อยกว่าเธอหลายปีและมีความพิการที่ขาทั้งสองข้างจากอุบัติเหตุในวัยเด็ก แต่ตลอดสามปีที่ผ่านมา เขาเป็นคนสนับสนุนงานวิจัยของเธออย่างเงียบ ๆ
เขาจ่ายค่ารักษาให้น้องชายของเธอ ส่งเธอไปศึกษาต่อด้านเภสัชศาสตร์ และมอบห้องทดลองของบริษัทให้เธอใช้โดยไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน นอกจากแหวนวงหนึ่งที่เขายื่นให้เมื่อเดือนก่อน พร้อมคำถามเรียบง่ายว่า
“ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมอยากดูแลคุณไปตลอดชีวิต”
ชิงเหอยังไม่ได้ตอบเขา เพราะเธอยังเชื่อว่าอวี้เหวินคือคนที่เธอรัก แต่ตอนนี้เธอเพิ่งรู้ว่าในขณะที่เธอทุ่มเทสร้างสูตรยาสมุนไพรหนึ่งร้อยยี่สิบสูตรเพื่อช่วยผู้ป่วย อวี้เหวินกำลังวางแผนขโมยผลงานทั้งหมดไปให้หลินเกอ
“ไฟล์ต้นฉบับอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเธอหมดแล้ว” หลินเกอพูด “แต่มีรหัสผ่าน ฉันเปิดไม่ได้”
“ไม่ต้องห่วง” อวี้เหวินตอบ “ฉันรู้รหัส เธอใช้วันครบรอบแต่งงานของเราเป็นรหัสมาตลอด”
ชิงเหอก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง วันที่ครบรอบแต่งงานเป็นวันที่เธอเคยคิดว่าเป็นวันที่มีความสุขที่สุดในชีวิต เธอเคยใช้วันนั้นเป็นรหัสทุกอย่าง เพราะไม่เคยคิดเลยว่าสักวันหนึ่งคนที่เธอรักจะใช้ความทรงจำของเธอเปิดประตูเข้าไปขโมยชีวิตทั้งชีวิต
ในห้องยังมีเสียงพูดต่อ
“พอได้ไฟล์แล้ว ฉันจะลบข้อมูลทั้งหมด ส่วนสมุดที่เธอเขียนด้วยมือก็เผาทิ้งให้หมด” หลินเกอกล่าว “อีกสามวันงานแถลงข่าวก็จะเริ่ม ถ้าชิงเหอพูดว่าเป็นสูตรของเธอ ก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์อยู่ดี”
อวี้เหวินหัวเราะ “เธอจะพูดอะไรได้ ในเมื่อทุกคนคิดว่าฉันเป็นคนช่วยเธอทำงานมาตลอด”
ชิงเหอรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าหายไป เธอกับอวี้เหวินเริ่มต้นจากศูนย์ด้วยกันจริง ๆ แต่หลังจากแต่งงาน เขาค่อย ๆ เข้ามาจัดการบัญชีบริษัท รับเอกสารแทนเธอ และอ้างว่าเป็นการแบ่งเบาภาระ เธอไม่เคยตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะเชื่อว่าครอบครัวไม่ควรมีความลับต่อกัน
เธอถอยออกจากประตูอย่างช้า ๆ วางถุงปลาไว้ข้างกำแพง แล้วเดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำเหมือนไม่เคยได้ยินอะไร
ไม่นาน อวี้เหวินก็เดินออกมา สีหน้าของเขากลับเป็นสามีผู้แสนอบอุ่นคนเดิม
“ที่รัก กลับมาแล้วเหรอ ทำไมไม่เรียกผม”
“ฉันอยากกินปลาหมักที่คุณทำ” ชิงเหอตอบโดยไม่หันไปมองเขา “คุณช่วยจัดการปลาให้หน่อยได้ไหม”
อวี้เหวินชะงักเพียงเสี้ยววินาที ก่อนยิ้มแล้วรับถุงไป “ได้สิ วันนี้ผมจะทำให้คุณเอง”
เขาไม่เห็นว่ามือของชิงเหอกำลังสั่น และไม่รู้ว่าเธอเปิดเครื่องบันทึกเสียงไว้ในกระเป๋าเสื้อ
คืนนั้นชิงเหอไม่ได้นอน เธอรอจนแน่ใจว่าอวี้เหวินหลับแล้วจึงออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ เธอเดินไปที่ห้องทำงานและตรวจดูคอมพิวเตอร์ของตัวเอง รหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นเธอได้ยินอวี้เหวินพูดกับหลินเกอว่าเขาเปิดไฟล์ได้สำเร็จ
นั่นหมายความว่าเขายังไม่ได้ลบข้อมูลทั้งหมด หรือไม่ก็มีคนอื่นช่วยเก็บสำเนาไว้
ชิงเหอค้นลิ้นชักทุกช่อง จนพบใบเสร็จจากร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ในเมือง ใบเสร็จระบุวันที่ตรงกับวันที่เธอเดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำการทดลอง และชื่อผู้รับเครื่องไม่ใช่อวี้เหวิน แต่เป็นหลินเกอ
เธอถ่ายรูปใบเสร็จไว้ จากนั้นพบซองเอกสารสีดำซ่อนอยู่ใต้พื้นลิ้นชัก ภายในเป็นสำเนาสัญญาที่อวี้เหวินทำกับบริษัทคู่แข่ง เขาสัญญาจะมอบสูตรยาทั้งหมดให้บริษัทนั้น แลกกับหุ้นจำนวนมากและตำแหน่งผู้บริหารหลังงานแถลงข่าว
แต่มีบางอย่างที่น่าสงสัยกว่านั้น ในสัญญามีลายเซ็นของชิงเหออยู่ด้วย ทั้งที่เธอไม่เคยเซ็นเอกสารฉบับนี้
เช้าวันต่อมา ชิงเหอโทรหาไคหมิง
“คุณสะดวกพบฉันไหม”
ปลายสายเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสงบ “เกิดอะไรขึ้น”
“ฉันอยากขอให้คุณช่วยตรวจสอบเอกสารบางอย่าง แต่ฉันยังไม่สามารถอธิบายทางโทรศัพท์ได้”
“ผมจะไปรับคุณ”
“อย่าเพิ่งมาที่บ้าน ฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าเราพบกัน”
ไคหมิงไม่ได้ถามมาก เขาเพียงบอกสถานที่นัดหมายและกำชับให้เธอระวังตัว
เมื่อชิงเหอมาถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ ใกล้ห้องทดลอง ไคหมิงกำลังรออยู่กับหลิวหยวน เลขานุการที่ไว้ใจได้ เขานั่งอยู่บนรถเข็น แต่สายตาของเขายังคมชัดเหมือนเดิม
ชิงเหอวางรูปใบเสร็จและสัญญาลงบนโต๊ะ เธอเล่าทุกอย่างโดยพยายามไม่ร้องไห้ ไคหมิงฟังจนจบโดยไม่ขัดจังหวะ
“คุณยังมีต้นฉบับอยู่ไหม” เขาถาม
“มีสมุดเขียนมืออยู่สามเล่ม แต่หลินเกอกำลังจะเอาไปเผา ฉันยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน”
“แล้วสูตรทั้งหมดล่ะ”
“อยู่ในห้องทดลองส่วนตัวบางส่วน ที่เหลืออยู่ในระบบบริษัท”
หลิวหยวนพลิกดูสัญญาอย่างละเอียด “ลายเซ็นนี้เป็นลายเซ็นของคุณจริง แต่แรงกดปากกาไม่เหมือนกัน และวันที่ในเอกสารตรงกับวันที่คุณอยู่ต่างประเทศ ถ้าเราตรวจสอบบันทึกการเดินทางได้ ก็พิสูจน์ได้ว่าเอกสารนี้ถูกปลอมขึ้น”
ชิงเหอเงยหน้า “ฉันไม่อยากแค่พิสูจน์ว่าพวกเขาทรยศ ฉันต้องหยุดงานแถลงข่าวด้วย ถ้าสูตรถูกนำไปเปิดตัวในชื่อหลินเกอ ทุกอย่างจะจบ”
ไคหมิงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง “คุณยังรักสามีอยู่หรือเปล่า”
คำถามนั้นทำให้ชิงเหอนิ่งไป เธอไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร ความรักที่มีมานานไม่สามารถหายไปในคืนเดียว แม้ความจริงจะทำให้มันกลายเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิต
“ฉันไม่รู้” เธอพูดในที่สุด “แต่ฉันรู้ว่าฉันจะไม่ยอมให้เขาขโมยสิ่งที่ฉันทุ่มเททั้งชีวิตสร้างขึ้นมา”
ไคหมิงพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นเริ่มจากปกป้องตัวเองก่อน”
เขาให้หลิวหยวนตรวจสอบระบบสำรองของบริษัททันที แต่การตรวจสอบพบว่ามีผู้ใช้รหัสผู้บริหารเข้าไปลบไฟล์หลายครั้งในช่วงกลางคืน นอกจากนี้ยังมีการโอนเงินจากบัญชีวิจัยไปยังบริษัทนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง
ผู้อนุมัติรายการคืออวี้เหวิน
ชิงเหอเคยเซ็นมอบอำนาจให้อวี้เหวินดูแลการเงินตอนที่บริษัทกำลังขาดสภาพคล่อง นั่นทำให้เขามีสิทธิ์เข้าถึงบัญชีบางส่วน แต่ไม่ควรมีสิทธิ์โอนเงินวิจัยไปต่างประเทศ
ไคหมิงช่วยเธอติดต่อทนายและผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ โดยทุกคนทำงานอย่างเงียบที่สุด พวกเขาคัดลอกข้อมูลการเข้าใช้ระบบ เก็บสำเนาสัญญา และตรวจสอบบัญชีธนาคารโดยไม่เปลี่ยนแปลงไฟล์ต้นฉบับ
ในขณะเดียวกัน ชิงเหอกลับบ้านและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
อวี้เหวินยังคงทำอาหารให้เธอ ซื้อดอกไม้ และพูดถึงงานแถลงข่าวด้วยรอยยิ้ม เขาแสดงเป็นสามีที่ใส่ใจจนแม้แต่ชิงเหอยังเกือบหลงเชื่อว่าเรื่องเมื่อคืนอาจเป็นความฝัน
“อีกสามวันคุณก็จะมีชื่อเสียงไปทั่ววงการแพทย์แล้ว” เขาพูดขณะวางชามซุปลงบนโต๊ะ “หลินเกอบอกว่าทุกคนตื่นเต้นมาก”
ชิงเหอเงยหน้ามองเขา “คุณคิดว่าฉันควรขอบคุณใครมากที่สุด”
อวี้เหวินยิ้ม “แน่นอนว่าต้องเป็นผม”
เธอยิ้มตอบ “ใช่ คุณช่วยฉันมากจริง ๆ”
คืนนั้นเธอแอบใส่เครื่องติดตามขนาดเล็กไว้ในกระเป๋าเอกสารของเขา และพบว่าอวี้เหวินไม่ได้กลับบริษัท แต่ไปที่โกดังเก่าซึ่งบริษัทใช้เก็บเอกสาร
ชิงเหอไม่ไปตามเขา เธอส่งพิกัดให้หลิวหยวนแทน เมื่อทีมงานไปถึงจึงพบอวี้เหวินกับหลินเกอกำลังถือกล่องเหล็กใบหนึ่งออกจากโกดัง ภายในมีสมุดต้นฉบับสามเล่มของเธอ
พวกเขาไม่ได้เผามัน เพราะหลินเกอต้องการตรวจสอบสูตรให้ครบก่อนส่งต่อให้บริษัทคู่แข่ง
ตำรวจยังไม่สามารถจับกุมใครจากเพียงภาพที่ทีมงานแอบบันทึกไว้ได้ แต่หลักฐานเรื่องการครอบครองเอกสารและการขโมยข้อมูลก็เพียงพอให้ทนายยื่นคำร้องขอคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และขอให้ศาลมีคำสั่งระงับการใช้สูตรชั่วคราว
ชิงเหอยังไม่แจ้งอวี้เหวินว่าเธอรู้เรื่อง เพราะเธอต้องการให้เขาและหลินเกอเดินหน้าตามแผนต่อไป
ก่อนงานแถลงข่าวหนึ่งวัน อวี้เหวินนำเอกสารหย่ามาวางบนโต๊ะ
“หลังงานพรุ่งนี้ เราจะจบกันอย่างสงบ” เขาพูด “คุณจะได้รับเงินก้อนหนึ่ง ผมจะไม่ทำให้คุณลำบาก”
ชิงเหอมองเอกสาร “แล้วหลินเกอล่ะ”
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที แต่เพียงชั่วขณะเดียว
“คุณพูดอะไร”
“ฉันถามว่าหลังจากหย่าแล้ว คุณจะแต่งงานกับหลินเกอหรือเปล่า”
อวี้เหวินเงียบ ก่อนถอนหายใจ “ในเมื่อคุณรู้แล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง ผมกับเธอรักกันมานาน คุณเองก็น่าจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราจบไปนานแล้ว”
“จบตั้งแต่เมื่อไร”
“ตั้งแต่คุณเริ่มสนใจแต่สูตรยาและไม่เคยมองผม”
ชิงเหอหัวเราะเบา ๆ “คุณเคยบอกว่าคุณภูมิใจในตัวฉัน”
“ผมเคยภูมิใจ แต่ผลงานของคุณทำให้คุณคิดว่าตัวเองสูงกว่าคนอื่น คุณไม่เคยรู้เลยว่าผมต้องรับแรงกดดันแค่ไหน”
“แรงกดดันอะไร การใช้ชื่อฉันโอนเงินออกจากบริษัทหรือการปลอมลายเซ็นของฉัน”
อวี้เหวินหน้าซีด เขาจ้องเธอราวกับเพิ่งเห็นคนแปลกหน้า
ชิงเหอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟล์เสียงบางส่วนให้เขาฟัง เสียงของเขากับหลินเกอดังชัดเจนในห้อง
“คุณอัดเสียงผม?”
“ฉันแค่บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านของฉัน”
อวี้เหวินพุ่งเข้ามาจะคว้าโทรศัพท์ แต่ชิงเหอถอยไปด้านหลัง ประตูห้องเปิดออกในเวลาเดียวกัน ไคหมิงกับทนายและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่หน้าห้อง
อวี้เหวินชะงัก “คุณพาคนนอกเข้ามาในบ้านของเรา?”
“บ้านของเรา?” ชิงเหอถามกลับ “คุณกำลังจะหย่ากับฉันและขโมยงานของฉันอยู่ไม่ใช่หรือ”
หลินเกอวิ่งออกมาจากห้องนอน เธอคงแอบฟังอยู่ตั้งแต่แรก เมื่อเห็นไคหมิงก็รู้ทันทีว่าแผนของพวกเขาถูกเปิดโปงแล้ว
“คุณไม่มีสิทธิ์กล่าวหาเรา” หลินเกอพูด “สูตรพวกนั้นอยู่ในระบบของบริษัท และคุณก็เซ็นเอกสารโอนสิทธิ์แล้ว”
ทนายวางสำเนาสัญญาลงบนโต๊ะ “เอกสารฉบับนั้นกำลังถูกตรวจสอบว่าเป็นเอกสารปลอม นอกจากนี้เรายังมีบันทึกการเดินทางของคุณชิงเหอในวันที่ระบุบนสัญญา และบันทึกระบบที่แสดงว่าคุณเป็นผู้ลบข้อมูลต้นฉบับ”
หลินเกอหันไปมองอวี้เหวิน “คุณบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
“ผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะตรวจสอบเร็วขนาดนี้”
“คุณบอกว่าคุณจัดการได้!”
ความรักของพวกเขาเริ่มแตกสลายต่อหน้าชิงเหอ ไม่ใช่เพราะสำนึกผิด แต่เพราะต่างคนต่างกลัวว่าจะต้องรับผิดแทนอีกฝ่าย
ถึงอย่างนั้น ชิงเหอยังมีสิ่งที่ต้องทำให้สำเร็จ งานแถลงข่าวในวันรุ่งขึ้นไม่สามารถยกเลิกได้ง่าย ๆ เพราะมีนักลงทุน แพทย์ และสื่อจำนวนมากเดินทางมาแล้ว หากเธอไม่ปรากฏตัว บริษัทคู่แข่งอาจใช้ความสับสนกล่าวหาว่าเธอไม่สามารถพิสูจน์ความเป็นเจ้าของสูตรได้
เช้าวันงาน อวี้เหวินกับหลินเกอไปถึงสถานที่จัดงานก่อน พวกเขาพยายามให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประกาศว่าชิงเหอป่วยและหลินเกอจะเป็นผู้นำเสนอแทน
แต่ก่อนที่หลินเกอจะขึ้นเวที ชิงเหอเดินเข้ามาพร้อมไคหมิง
เสียงพูดคุยทั่วห้องเงียบลง ทุกคนมองเธอในชุดเรียบง่ายและแฟ้มเอกสารสีแดงที่ถืออยู่ในมือ
อวี้เหวินรีบเดินเข้ามา “คุณไม่ควรมา คุณพักผ่อนไม่พอ ผมจะอธิบายกับทุกคนเอง”
ชิงเหอมองเขา “คุณอธิบายแทนฉันมานานพอแล้ว”
เธอเดินขึ้นเวที ขณะที่ไคหมิงนั่งอยู่แถวหน้า หลิวหยวนเชื่อมต่อระบบสำรองที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้
หลินเกอพยายามแย่งไมโครโฟน “งานนี้เป็นของบริษัท ไม่ใช่เวทีส่วนตัวของคุณ”
ชิงเหอยื่นเอกสารคำสั่งคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้สื่อมวลชนดู “สูตรทั้งหนึ่งร้อยยี่สิบสูตรอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ์ตามกฎหมาย และห้ามบุคคลอื่นนำไปใช้หรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต”
ผู้ชมเริ่มส่งเสียงฮือฮา
จากนั้นหน้าจอด้านหลังเวทีก็ปรากฏตารางประวัติการเข้าใช้ระบบ รายการโอนเงิน และภาพจากโกดัง อวี้เหวินเห็นภาพตัวเองถือกล่องต้นฉบับออกมา สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นซีดขาว
หลินเกอกรีดร้อง “ภาพนี้ตัดต่อ!”
หลิวหยวนลุกขึ้น “ต้นฉบับวิดีโอถูกเก็บไว้ในระบบสำรองสามแห่ง และมีเวลาบันทึกตรงกันทั้งหมด เราพร้อมส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ”
ชายวัยกลางคนจากบริษัทคู่แข่งลุกขึ้นทันที เขาเป็นคนที่กำลังจะรับสูตรจากอวี้เหวิน แต่เมื่อเห็นหลักฐานก็พยายามเดินออกจากห้อง
ไคหมิงมองไปทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “เชิญเขาอยู่รอให้ทนายพูดคุยด้วยครับ”
ไม่มีใครถูกจับต่อหน้าสื่อในวันนั้น แต่การสอบสวนเริ่มขึ้นหลังงานจบ อวี้เหวินถูกระงับอำนาจในบริษัทและต้องรับผิดชอบต่อการโอนเงินที่ไม่ได้รับอนุญาต หลินเกอถูกยกเลิกสัญญาจ้างและถูกฟ้องร้องเรื่องการครอบครองข้อมูลลับ ส่วนบริษัทคู่แข่งถอนตัวจากการเจรจาและยอมส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่
ชิงเหอใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะกู้คืนข้อมูลทั้งหมด เธอตรวจสอบสูตรทุกสูตรด้วยตัวเองและพบว่ามีสองสูตรถูกแก้ไขตัวเลขบางส่วน หากนำไปใช้จริงอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตราย เธอจึงตัดสินใจถอนสูตรทั้งสองออกจากโครงการ แม้จะทำให้การเปิดตัวล่าช้าและบริษัทสูญเสียรายได้จำนวนมาก
ไคหมิงสนับสนุนการตัดสินใจนั้นโดยไม่ลังเล
“คุณอาจทำเงินได้น้อยลง” เขาบอก “แต่คุณจะไม่ต้องสงสัยตลอดชีวิตว่ามีใครได้รับอันตรายจากงานของคุณ”
คำพูดนั้นทำให้ชิงเหอมองเขาอยู่นาน เธอเคยคิดว่าความรักต้องเป็นคนที่ทำให้หัวใจเต้นแรง แต่หลังจากผ่านการทรยศ เธอเริ่มเข้าใจว่าความรักที่แท้จริงอาจเป็นคนที่ไม่ยอมให้เธอเสียตัวตนเพื่อแลกกับความสำเร็จ
การหย่าร้างเสร็จสิ้นหลังจากนั้นเกือบหนึ่งปี อวี้เหวินพยายามขอให้เธอถอนคำร้องบางส่วน โดยอ้างว่าเขาเคยช่วยเธอสร้างบริษัท แต่ชิงเหอไม่ยอมเจรจาโดยลำพังอีก เธอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามหลักฐานและกระบวนการที่ถูกต้อง
เขาได้รับโทษตามความผิดทางการเงินและต้องชดใช้เงินจำนวนหนึ่งให้บริษัท ส่วนคดีเกี่ยวกับสูตรยาต้องใช้เวลานานกว่านั้น เพราะยังต้องตรวจสอบว่ามีข้อมูลใดถูกนำไปใช้กับบุคคลภายนอกแล้วบ้าง
หลินเกอไม่ได้แต่งงานกับใคร เธอสูญเสียงานและชื่อเสียงในวงการ แต่ชิงเหอไม่ได้ติดตามดูชีวิตของเธออีกต่อไป เธอไม่ต้องการให้คนสองคนนั้นมีอำนาจกำหนดความรู้สึกของเธอไปตลอดชีวิต
ส่วนสมุดต้นฉบับสามเล่มถูกเก็บไว้ในตู้กระจกของห้องทดลองใหม่ หน้ากระดาษบางหน้ามีรอยไหม้จากคืนที่พวกเขาพยายามทำลายหลักฐาน แต่ชิงเหอไม่เคยซ่อมรอยนั้น เธอตั้งใจเก็บมันไว้เป็นเครื่องเตือนใจว่า สิ่งที่สร้างขึ้นด้วยความทุ่มเทอาจถูกขโมยได้ แต่ความจริงไม่ได้หายไปเพียงเพราะใครบางคนพยายามเผามัน
หนึ่งปีหลังงานแถลงข่าวครั้งนั้น ชิงเหอเปิดตัวสูตรที่ผ่านการตรวจสอบทั้งหมดอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ยืนในฐานะภรรยาของใคร ไม่ได้มีอวี้เหวินอยู่ข้างหลัง และไม่ได้ต้องพิสูจน์ว่าตัวเองคู่ควรกับความสำเร็จ
ไคหมิงนั่งอยู่แถวหน้าเช่นเดิม หลังจบงานเขามอบช่อดอกไม้ให้เธอ แต่ไม่ได้ยื่นแหวนหรือถามคำตอบใด ๆ
ชิงเหอจึงเป็นฝ่ายจับมือเขา
“ตอนนั้นคุณเคยขอให้ฉันแต่งงานกับคุณ” เธอพูด
“ผมจำได้”
“ฉันยังตอบไม่ได้ในตอนนั้น เพราะฉันยังแยกไม่ออกว่าความรักคืออะไร”
ไคหมิงยิ้ม “แล้วตอนนี้ล่ะ”
ชิงเหอมองไปยังสมุดต้นฉบับที่จัดแสดงอยู่ด้านหลัง เธอเห็นรอยไหม้บนปกเล่มแรก และนึกถึงคืนที่ตัวเองยืนอยู่หน้าประตูพร้อมถุงปลาในมือ คืนที่ชีวิตเกือบถูกขโมยไปพร้อมกับความไว้วางใจ
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าความรักไม่ควรทำให้เราต้องหายไปจากชีวิตของตัวเอง” เธอตอบ “ถ้าคุณยังต้องการ ฉันอยากเริ่มต้นกับคุณใหม่ แต่ครั้งนี้ขอให้เราเดินไปข้าง ๆ กัน ไม่ใช่ให้คนหนึ่งเดินนำแล้วอีกคนคอยตาม”
“ผมรอคำตอบนี้ได้เสมอ”
พวกเขาไม่ได้จัดงานแต่งงานทันที ชิงเหอต้องการใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์ด้วยความซื่อสัตย์ทีละวัน และไคหมิงก็ไม่เคยเร่งรัดเธอ
หลายเดือนต่อมา ในวันที่ฝนตกหนัก ชิงเหอกลับมาที่ห้องทดลองและพบว่ามีปลาหมักจานหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกระดาษโน้ตจากไคหมิง
“วันนี้ผมลองทำตามสูตรของคุณ หวังว่าจะไม่แย่เกินไป”
ชิงเหอตักชิมคำหนึ่งแล้วหัวเราะออกมา รสชาติยังไม่ดีนัก แต่เป็นความผิดพลาดที่จริงใจและสามารถแก้ไขได้ ต่างจากอาหารมื้อสุดท้ายที่อวี้เหวินทำให้เธอ ซึ่งซ่อนคำโกหกไว้ใต้รอยยิ้มทุกคำ
เธอหยิบปากกาขึ้นมาเขียนเพิ่มบนสมุดเล่มใหม่ ไม่ใช่สูตรยา แต่เป็นประโยคสั้น ๆ สำหรับชีวิตของตัวเอง
“สิ่งที่ฉันสร้างขึ้นจะต้องช่วยคน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือให้ใครใช้ทำร้ายฉัน”
จากนั้นเธอก็ปิดสมุด เก็บมันไว้ในตู้ที่มีกุญแจเพียงดอกเดียว และครั้งนี้กุญแจไม่ได้อยู่ในมือของคนที่เธอรักแทนที่จะอยู่ในมือของเธอเองอีกต่อไป