คนขับรถของตระกูลหลัวดึงผ้าอนามัยใช้แล้วออกจากรอยแยกใต้เบาะหลัง และในวินาทีนั้นเอง หลัวจิ้นเหยียนก็รู้ว่าผู้หญิงที่เขาดูถูกว่าเป็นเพียงตัวแทนของซูหว่านชิงอาจกำลังซ่อนความจริงบางอย่างไว้กับเขา
เขายืนอยู่หน้ารถด้วยสีหน้าเย็นชา ขณะที่พ่อบ้านกำผ้าชิ้นนั้นไว้ในถุงพลาสติกอย่างลังเล ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จนกระทั่งจิ้นเหยียนถามเสียงต่ำ

“เธอใช้รถคันนี้เมื่อไร”
“เมื่อคืนค่ะ ตอนคุณหนูเนี่ยนเนี่ยนกลับจากโรงพยาบาล” คนขับตอบ “แต่คุณหนูบอกว่าเธอไม่ได้มีประจำเดือนมาหลายเดือนแล้ว…”
จิ้นเหยียนหันไปมองห้องรับแขกทันที เนี่ยนเนี่ยนยืนอยู่ตรงหน้าต่าง มือข้างหนึ่งกดท้องเบา ๆ เธอได้ยินทุกคำ แต่ไม่ได้หันกลับมาแก้ตัว
เพราะสิ่งที่อยู่ในถุงไม่ใช่หลักฐานว่าเธอมีความลับเพียงเรื่องเดียว หากเป็นสิ่งที่อาจทำให้แผนการแต่งงานในอีกห้าวันพังทลาย และทำให้คนที่เธอรักที่สุดต้องรู้ว่า ตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาเข้าใจเธอผิดมาตลอด
สามปีก่อน เนี่ยนเนี่ยนเคยเชื่อว่าหลัวจิ้นเหยียนแต่งงานกับเธอเพราะรัก
ในวันที่เธอถูกพาตัวกลับมายังเมืองนี้ หญิงสาวไม่มีทั้งเงิน ไม่มีครอบครัว และไม่มีแม้แต่เอกสารประจำตัว เธอจำได้เพียงเสียงฝนที่ตกหนักในคืนเกิดเหตุ และมือของผู้ชายคนหนึ่งที่ยื่นเข้ามาช่วยเธอจากรถที่กำลังจมน้ำ
ผู้ชายคนนั้นคือจิ้นเหยียน
เขาพาเธอไปโรงพยาบาล จ่ายค่ารักษา และพาเธอเข้ามาอยู่ในบ้านตระกูลหลัว แต่วันแรกที่เธอลืมตาขึ้น เขากลับพูดว่า
“อย่าคิดว่าฉันช่วยเธอเพราะสงสาร เธอมีหน้าตาเหมือนหว่านชิงมาก ฉันแค่ต้องการให้เธออยู่แทนเธอจนกว่าเธอจะกลับมา”
คำพูดนั้นเจ็บกว่าบาดแผลบนร่างกายของเธอ แต่ตอนนั้นเนี่ยนเนี่ยนยังไม่รู้ว่าซูหว่านชิงคือใคร เธอจึงใช้เวลาหลายเดือนค่อย ๆ เรียนรู้ว่าในบ้านหลังนี้มีผู้หญิงอีกคนที่ทุกคนเฝ้ารอ
หว่านชิงเป็นรักแรกของจิ้นเหยียน เป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลซู และเป็นหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเคยช่วยเขาจากเหตุไฟไหม้ที่รีสอร์ตบนเขา เธอหายตัวไปในคืนเดียวกับที่จิ้นเหยียนได้รับบาดเจ็บสาหัส
หลังจากนั้น เขาจำรายละเอียดหลายอย่างไม่ได้ แต่ยังจำดวงตาของเธอได้แม่นยำ
ดวงตาคู่นั้นเหมือนดวงตาของเนี่ยนเนี่ยน
ตั้งแต่วันแรกที่เข้าบ้าน เธอจึงถูกแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าของหว่านชิง พักในห้องของหว่านชิง และใช้ชีวิตตามตารางที่หว่านชิงเคยใช้ จิ้นเหยียนไม่เคยเรียกเธอด้วยชื่อจริงต่อหน้าคนอื่น เขามักพูดเพียงว่า “ตัวแทน” หรือ “เธอคนนั้น”
ถึงอย่างนั้น เนี่ยนเนี่ยนก็ยังรักเขา
เธอรักผู้ชายที่จำได้ว่าเธอไม่กินผักชี รู้ว่าเธอกลัวเสียงฟ้าร้อง และมักวางแก้วนมอุ่นไว้ข้างเตียงในคืนที่เธอทำงานจนดึก เธอหลอกตัวเองว่า แม้จิ้นเหยียนจะเริ่มต้นจากการมองเธอเป็นคนอื่น แต่สักวันหนึ่งเขาอาจมองเห็นตัวตนของเธอจริง ๆ
ความหวังนั้นอยู่ต่อมาได้สามปี
จนกระทั่งซูหว่านชิงกลับมา
เธอปรากฏตัวในงานเลี้ยงของตระกูลหลัวพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน ทุกคนร้องไห้ด้วยความดีใจ จิ้นเหยียนเดินฝ่าฝูงชนไปหาเธอโดยไม่สนใจว่าเนี่ยนเนี่ยนยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
หว่านชิงกอดเขาและกระซิบว่า
“ฉันกลับมาแล้ว จิ้นเหยียน”
เพียงประโยคเดียวก็เพียงพอจะทำให้เนี่ยนเนี่ยนรู้ว่า สามปีของเธอไม่เคยมีความหมายอะไรในหัวใจเขา
วันรุ่งขึ้น แม่ของจิ้นเหยียนเรียกลูกชายไปพบที่ห้องหนังสือ สุขภาพของนางทรุดลงมากจนหมอห้ามรับแรงกระทบทางอารมณ์ และนางเชื่อมาตลอดว่าลูกชายต้องแต่งงานกับหว่านชิงเพื่อรักษาคำสัญญาระหว่างสองตระกูล
“แม่อยากเห็นงานแต่งก่อนวันเกิด” นางพูด “ถ้าหว่านชิงยังไม่พร้อม ก็ให้เนี่ยนเนี่ยนแต่งไปก่อน อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็อยู่กับแกมาสามปี”
จิ้นเหยียนเงียบไปนาน ก่อนตอบว่า
“ผมจะอยู่กับเนี่ยนเนี่ยนจนถึงวันเกิดแม่ หลังจากนั้นผมจะยกเลิกงานแต่ง”
เนี่ยนเนี่ยนได้ยินประโยคนั้นจากหน้าประตู เธอยืนฟังจนจบโดยไม่เปิดเผยตัว
คืนนั้น เธอโทรหาพ่อเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
“หนูจะกลับบ้านในอีกห้าวัน”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงชายชราจะสั่นด้วยความดีใจ “กลับมาเถอะลูก พ่อจะจัดการทุกอย่างเอง”
เนี่ยนเนี่ยนไม่บอกเขาว่าเธอกำลังจะยุติชีวิตในบ้านตระกูลหลัว เธอเพียงมองแหวนหมั้นบนนิ้ว แล้วถามตัวเองว่าเหตุใดต้องรอให้ใครเลือก ทั้งที่เธอสามารถเลือกตัวเองได้ตั้งนานแล้ว
สามวันต่อมา จิ้นเหยียนพาเธอไปเลือกชุดแต่งงาน
ไม่ใช่เพราะเขาเปลี่ยนใจ แต่เพราะแม่ของเขายังเข้าใจว่าเจ้าสาวคือเนี่ยนเนี่ยน และเขาไม่ต้องการให้ความจริงทำให้นางทรุดลงก่อนวันเกิด
ในร้านตัดชุด ช่างถามเธอว่าต้องการผ้าลูกไม้แบบไหน เนี่ยนเนี่ยนกำลังจะตอบ แต่หว่านชิงกลับเดินเข้ามาพร้อมผู้ช่วยหลายคน
“ชุดนี้ฉันสั่งไว้แล้ว” หว่านชิงพูด พลางลูบผ้าสีงาช้าง “จิ้นเหยียนออกแบบให้ฉันตั้งแต่หลายปีก่อน”
เธอหันมายิ้มให้เนี่ยนเนี่ยน รอยยิ้มนั้นดูสุภาพจนไม่มีใครกล่าวหาว่าเป็นการยั่วยุได้ แต่คำพูดกลับคมกว่ามีด
“เธอคิดจริง ๆ เหรอว่าเขาจะให้เธอใส่ชุดแต่งงานที่เป็นของฉัน”
เนี่ยนเนี่ยนมองชุดตรงหน้า มันงดงามมาก มีดอกไม้เล็ก ๆ ปักอยู่บริเวณข้อมือและชายกระโปรง เธอจำได้ว่าจิ้นเหยียนเคยพูดว่า หว่านชิงไม่ชอบชุดที่หวานจนเกินไป เขาจึงเลือกแบบเรียบง่ายและขอให้ช่างปักดอกลิลลีป่าด้วยมือ
เธอใช้เวลาสามสัปดาห์เย็บดอกไม้เหล่านั้นเอง
นิ้วมือทั้งสิบถูกเข็มทิ่มจนเป็นแผล แต่ทุกครั้งที่เธอเห็นรอยปัก เธอกลับคิดว่านี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้เห็นสิ่งที่เธอทำเพื่อเขา
“ชุดนี้เป็นของฉัน” หว่านชิงกล่าว “เธอไม่มีสิทธิ์แตะต้อง”
“ฉันแค่ทำตามคำสั่งของคุณหลัว” เนี่ยนเนี่ยนตอบ
“คำสั่งของเขา หรือความฝันของเธอ?”
จิ้นเหยียนเข้ามาในร้านพอดี เขาเห็นหว่านชิงยืนอยู่ข้างชุด และเห็นปลายกรรไกรในมือเนี่ยนเนี่ยน หว่านชิงรีบถอยไปหนึ่งก้าว ทำให้ชายชุดขาดออกจากราวแขวน
“เธอทำอะไร” เขาถาม
เนี่ยนเนี่ยนยังไม่ได้ตอบ หว่านชิงก็พูดขึ้นก่อน
“ฉันรู้ว่าเธอไม่พอใจ แต่ไม่จำเป็นต้องทำลายของที่จิ้นเหยียนทำให้ฉัน”
จิ้นเหยียนมองรอยขาด แล้วมองเนี่ยนเนี่ยนด้วยแววตาเย็นเยียบ
“ขอโทษหว่านชิงเดี๋ยวนี้”
“ฉันไม่ได้ทำ”
“พอแล้ว” เขาตัดบท “ฉันเห็นกับตา”
เนี่ยนเนี่ยนหัวเราะเบา ๆ ไม่ใช่เพราะขำ แต่เพราะในที่สุดเธอก็เข้าใจว่า ต่อให้เธอพูดความจริง เขาก็จะเชื่อคนที่เขาอยากเชื่ออยู่ดี
เธอถอดแหวนหมั้นวางบนโต๊ะ
“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าฉันเป็นคนทำ”
จิ้นเหยียนชะงัก
“เธอหมายความว่าอะไร”
“ฉันไม่แต่งงานกับคุณแล้ว”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย แต่ความโกรธในดวงตากลับชัดเจนขึ้น
“วิธีเรียกร้องความสนใจแบบนี้ใช้กับฉันไม่ได้”
“ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรอีกแล้ว” เนี่ยนเนี่ยนพูด “สามปีที่ผ่านมา ฉันพยายามทำตัวให้เหมือนคนที่คุณรักทุกอย่าง วันนี้ฉันแค่อยากกลับไปเป็นตัวเอง”
หว่านชิงจับแขนเขาไว้ “จิ้นเหยียน อย่าโกรธเลย เธอคงยังปรับตัวไม่ได้”
เนี่ยนเนี่ยนมองมือของหว่านชิง แล้วหันไปมองผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าจะปกป้องเธอ
“คุณควรแต่งงานกับเธอ” เธอพูด “ฉันจะกลับบ้านตามกำหนดเดิม”
จิ้นเหยียนไม่รั้งเธอ เขาเพียงพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนทั้งร้านได้ยิน
“ตัวแทนก็ควรทำหน้าที่ของตัวแทน อย่าคิดเอาของที่ไม่ใช่ของตัวเอง”
เนี่ยนเนี่ยนเดินออกจากร้านโดยไม่หันกลับไป
คืนนั้น เธอเก็บของเงียบ ๆ ระหว่างเปิดลิ้นชัก เธอพบกล่องไม้เล็ก ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ข้างในมีภาพถ่ายเก่าใบหนึ่ง เป็นภาพจิ้นเหยียนกับหว่านชิงยืนอยู่หน้าเรือนกระจกริมทะเล
ด้านหลังภาพมีลายมือของจิ้นเหยียน
“ถ้าฉันกลับมาได้ เราจะแต่งงานกันที่นี่”
เนี่ยนเนี่ยนจำเรือนกระจกแห่งนั้นได้ มันเป็นสถานที่ที่จิ้นเหยียนพาเธอไปเมื่อปีที่แล้ว เขาเคยบอกว่าเลือกสถานที่นี้เพราะเธอชอบมองทะเล
ตอนนั้นเธอคิดว่าเขาจำความชอบของเธอได้
แต่แท้จริงแล้ว เขาเพียงพาเธอไปยังสถานที่ที่เขาเคยสัญญากับหว่านชิง
เช้าวันต่อมา เนี่ยนเนี่ยนไปโรงพยาบาลเพื่อขอผลตรวจที่เธอฝากไว้ เธอรู้ว่าประจำเดือนขาดไปเกือบสามเดือน แต่ไม่กล้าบอกจิ้นเหยียน เพราะในบ้านหลังนั้นไม่มีใครต้องการเด็กที่เกิดจากผู้หญิงซึ่งกำลังจะถูกทิ้ง
หมอวางผลตรวจลงตรงหน้าเธอ
“คุณตั้งครรภ์ได้สิบสัปดาห์แล้วค่ะ แต่มีภาวะเลือดจาง ต้องพักผ่อนและตรวจเพิ่มเติม”
เนี่ยนเนี่ยนกำกระดาษแน่น เธอไม่ได้ดีใจอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้ เด็กคนนี้คือส่วนหนึ่งของเธอ ไม่ใช่เครื่องมือที่จะใช้ผูกมัดใคร
เธอจึงตัดสินใจกลับบ้านโดยไม่บอกจิ้นเหยียน
แต่ในวันที่เธอเตรียมออกจากบ้าน คนขับรถกลับพบผ้าอนามัยในรถและนำเรื่องไปบอกพ่อบ้าน ข่าวแพร่ไปถึงแม่ของจิ้นเหยียนอย่างรวดเร็ว นางเรียกลูกชายมาถาม
“เนี่ยนเนี่ยนท้องใช่ไหม”
จิ้นเหยียนนิ่งไป เขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
แม่ของเขาตบโต๊ะจนมือสั่น “แกจะปล่อยให้เด็กคนนั้นจากไปทั้งที่มีลูกของแกอยู่ในท้องหรือ”
“ผมจะรับผิดชอบ”
“รับผิดชอบไม่ใช่การแต่งงานเพราะสงสาร” นางพูด “แกเคยรักเธอบ้างไหม”
คำถามนั้นทำให้เขาตอบไม่ได้
เขาไปหาเนี่ยนเนี่ยนที่ห้อง แต่เธอไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงตู้เสื้อผ้าที่เปิดโล่งและกล่องไม้ใส่แหวนวางอยู่บนโต๊ะ
จิ้นเหยียนโทรหาเธอหลายครั้ง เธอไม่รับสาย จนกระทั่งเขาเห็นข้อความสั้น ๆ
“ไม่ต้องตามหา ฉันจะกลับไปใช้ชีวิตของตัวเอง”
เขาโกรธที่เธอตัดสินใจแทนเขา แต่ลึกลงไป ความโกรธนั้นปะปนกับความกลัวอย่างที่เขาไม่ยอมรับ
ระหว่างเดินทางกลับบ้าน เนี่ยนเนี่ยนแวะที่เรือนกระจกริมทะเล เธอตั้งใจจะมองสถานที่นั้นเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าเมื่อเดินเข้าไป เธอกลับพบกล่องเอกสารซ่อนอยู่ใต้พื้นไม้ที่ชำรุด
ข้างในมีสำเนารายงานอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน และใบรับรองแพทย์ของจิ้นเหยียน
ในรายงานระบุว่า คนที่ช่วยจิ้นเหยียนออกจากรถไม่ใช่หว่านชิง แต่เป็นหญิงสาวนิรนามซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลในชื่อปลอม
หญิงสาวคนนั้นหายตัวไปหลังจากโรงพยาบาลเกิดไฟไหม้ในคืนเดียวกัน
เนี่ยนเนี่ยนอ่านรายงานซ้ำหลายรอบ ก่อนเห็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่แนบอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของหญิงสาวถูกบังด้วยผ้าพันแผล แต่ข้อมือมีปานรูปพระจันทร์เสี้ยว
เธอมองข้อมือตัวเอง
ปานนั้นอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกัน
ความทรงจำที่ขาดหายกลับมาเป็นชิ้น ๆ เสียงหว่านชิงในคืนนั้น เสียงเธอตะโกนบอกให้เนี่ยนเนี่ยนหนีออกทางประตูหลัง และเสียงประตูรถถูกล็อกจากด้านนอก
หว่านชิงไม่ได้ช่วยจิ้นเหยียน เธอเป็นคนขับรถพาเขาไปยังทางภูเขา และเมื่อรถเสียหลัก เธอกลับหนีไปพร้อมกระเป๋าเอกสารของตระกูลหลัว เนี่ยนเนี่ยนซึ่งนั่งรถอีกคันตามไปช่วยจิ้นเหยียน แต่ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียความทรงจำบางส่วน
เหตุไฟไหม้โรงพยาบาลไม่ใช่อุบัติเหตุทั้งหมด
มีคนพยายามทำลายหลักฐาน
เนี่ยนเนี่ยนไม่รู้ว่าเหตุใดหว่านชิงจึงกลับมาในฐานะผู้ช่วยชีวิต และเหตุใดจิ้นเหยียนจึงเชื่อเธอโดยไม่ตรวจสอบ แต่เธอรู้ว่าเอกสารเหล่านี้สำคัญเกินกว่าจะเก็บไว้คนเดียว
เธอโทรหาพ่อและส่งสำเนาให้เขา จากนั้นโทรหานักข่าวที่เคยทำข่าวเรื่องอุบัติเหตุของตระกูลหลัว แต่ก่อนที่เธอจะส่งไฟล์ทั้งหมด โทรศัพท์ก็ถูกคนร้ายกระชากไป
ชายสองคนลากเธอออกจากเรือนกระจก เนี่ยนเนี่ยนพยายามดิ้น แต่ร่างกายที่อ่อนแรงทำให้เธอล้มลงกับพื้น เธอใช้มือคว้ากระถางดอกลิลลีป่าแล้วทุบใส่หนึ่งในนั้น ก่อนวิ่งไปทางหน้าผา
เสียงรถคันหนึ่งเบรกดังสนั่น
จิ้นเหยียนลงจากรถและวิ่งเข้ามาขวางระหว่างเธอกับคนร้าย เขาไม่รู้ว่าเธออยู่ที่นี่ได้อย่างไร แต่หลังจากได้รับโทรศัพท์จากพ่อของเธอ เขาก็ขับรถตามมาโดยไม่คิด
ชายทั้งสองหนีไปทางป่า จิ้นเหยียนไม่ตาม เขาหันกลับมาประคองเนี่ยนเนี่ยนแทน
“เธอบาดเจ็บหรือเปล่า”
“อย่าแตะต้องฉัน”
เธอผลักเขาออก แม้แขนจะสั่นจนแทบยืนไม่อยู่
“ฉันไม่ได้ตามมาเพื่อพาเธอกลับ” เขาพูด “ฉันมาเพราะมีคนกำลังทำร้ายเธอ”
“คุณเพิ่งสนใจตอนรู้ว่าฉันท้อง”
จิ้นเหยียนนิ่งไป เขาอยากปฏิเสธ แต่ไม่สามารถพูดได้เต็มปาก
เนี่ยนเนี่ยนยื่นสำเนารายงานให้เขา
“อ่านให้ดี แล้วถามตัวเองว่าผู้หญิงที่คุณปกป้องมาตลอดเป็นคนที่คุณคิดจริง ๆ หรือเปล่า”
จิ้นเหยียนอ่านเอกสารด้วยมือที่ค่อย ๆ เย็นลง เมื่อเห็นภาพข้อมือของหญิงสาว เขาก็หันไปมองปานของเนี่ยนเนี่ยน
ภาพในความทรงจำที่เคยพร่าเลือนผุดขึ้นมา เขาจำได้ว่าคืนเกิดเหตุ มีผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนบอกเขาว่า “อย่าหลับนะ ฉันจะกลับมาช่วยคุณ” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของหว่านชิง แต่เป็นเสียงของเนี่ยนเนี่ยน
เขาเคยได้ยินมันทุกคืนในฝัน เพียงแต่ไม่เคยพยายามจำ
“เป็นเธอ” เขาพูด
“ใช่”
“ทำไมไม่บอกฉัน”
เนี่ยนเนี่ยนยิ้มอย่างเหนื่อยล้า “ฉันไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อฉันหรือเปล่า แล้วหลังจากอยู่กับคุณสามปี ฉันก็เริ่มเชื่อไปแล้วว่าตัวเองไม่มีค่าอะไรนอกจากหน้าตาที่เหมือนคนอื่น”
เขาก้มหน้าลง ไม่มีคำขอโทษใดลบคำพูดที่เขาเคยพูดได้
ขณะเดียวกัน หว่านชิงโทรเข้ามา น้ำเสียงของเธอสั่นผิดปกติ
“จิ้นเหยียน เธออยู่กับคุณใช่ไหม เอาเอกสารนั้นคืนมาเดี๋ยวนี้”
เขามองหน้าจอและเปิดลำโพง
“เอกสารอะไร”
ปลายสายเงียบไป ก่อนหว่านชิงจะหลุดพูดว่า “ถ้าคุณเปิดมัน ทุกคนจะรู้ว่าคืนนั้นใครเป็นคนล็อกรถ”
จิ้นเหยียนกดบันทึกเสียงทันที
นั่นเป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ทำให้ตำรวจเริ่มสอบสวน แต่ยังไม่เพียงพอจะกล่าวหาเธอทั้งหมด พ่อของเนี่ยนเนี่ยนจึงรวบรวมรายงานโรงพยาบาล บันทึกการโอนเงินของบริษัท และคำให้การของคนขับรถเก่าที่เคยเห็นหว่านชิงออกจากที่เกิดเหตุก่อนรถระเบิด
ความจริงค่อย ๆ ปรากฏว่า หว่านชิงยักยอกเงินจากบริษัทของตระกูลหลัว และวางแผนใช้เอกสารในรถเป็นเครื่องต่อรอง เธอไม่ได้ตั้งใจฆ่าจิ้นเหยียน แต่เธอเป็นคนล็อกรถจากด้านนอกเพื่อเอาเอกสารไป และปล่อยให้เขาติดอยู่ในรถที่กำลังจะไฟไหม้
หลังจากนั้น เธอใช้ความทรงจำที่จิ้นเหยียนสูญเสียและความรักของเขาสร้างเรื่องว่าตัวเองเป็นผู้ช่วยชีวิต เพื่อให้เขากำจัดคนที่อาจเปิดเผยความจริง
เธอไม่ใช่ปีศาจที่ไม่มีเหตุผล หว่านชิงเคยเติบโตมาในบ้านที่ล้มละลายและถูกบีบให้รักษาภาพลักษณ์ด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่ความกลัวที่จะสูญเสียทุกอย่างทำให้เธอเลือกทำร้ายคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในที่สุดเธอไม่เหลือทางกลับ
ในคืนก่อนวันเกิดแม่ของจิ้นเหยียน หว่านชิงถูกเรียกไปสอบสวน เธอยอมรับเพียงบางส่วนและปฏิเสธเรื่องไฟไหม้ แต่บันทึกเสียงจากโทรศัพท์และข้อมูลการโอนเงินทำให้คำให้การของเธอขัดแย้งกันเอง คดีเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ส่วนเธอต้องชดใช้หนี้และถูกห้ามเข้าบริหารบริษัทระหว่างการสอบสวน
จิ้นเหยียนยกเลิกงานแต่งงานต่อหน้าครอบครัว
เขาไม่ได้ประกาศว่าเนี่ยนเนี่ยนคือเจ้าสาวตัวจริง และไม่ได้ขอให้เธอกลับมาเพื่อรักษาหน้าตาตระกูล เขาเพียงยืนอยู่หน้าทุกคนแล้วพูดว่า
“ผมทำร้ายคนที่ช่วยชีวิตผม เพราะผมเลือกเชื่อความทรงจำมากกว่าความจริง ผมไม่มีสิทธิ์ขอให้เธอกลับมา”
แม่ของเขาร้องไห้และขอโทษเนี่ยนเนี่ยนด้วยตัวเอง นางยอมรับว่าที่ผ่านมาเห็นเธอเป็นเพียงสิ่งทดแทน และแม้คำขอโทษจะไม่ทำให้บาดแผลหายทันที แต่นั่นเป็นครั้งแรกที่มีคนในบ้านหลังนั้นเรียกเธอด้วยชื่อของเธอ
“เนี่ยนเนี่ยน ถ้าหนูไม่อยากกลับมา พวกเราจะไม่บังคับ”
เธอพยักหน้า
“หนูไม่กลับไปอยู่ที่นั่นค่ะ แต่หนูยังมาเยี่ยมคุณได้”
การให้อภัยของเธอไม่ได้หมายความว่าเธอลืมทุกอย่าง เธอเพียงไม่ต้องการให้ความโกรธกำหนดชีวิตที่เหลือของตัวเอง
จิ้นเหยียนใช้เวลาหลายเดือนจัดการคดี ขายหุ้นบางส่วนเพื่อชดเชยความเสียหาย และลาออกจากตำแหน่งบริหารชั่วคราว เขาไปพบเนี่ยนเนี่ยนตามวันที่เธออนุญาต โดยไม่เคยขอให้เธอเรียกเขาว่าสามีหรือกลับมาอยู่บ้านเดิม
บางครั้งเขานำเอกสารมาให้เซ็น บางครั้งนำอาหารที่เธอเคยชอบมาให้ และบางครั้งก็แค่นั่งเงียบ ๆ อยู่หน้าประตูจนกว่าเธอจะบอกให้กลับ
เมื่อเด็กเกิด เนี่ยนเนี่ยนไม่ได้ตั้งชื่อเขาตามตระกูลหลัวทันที เธอใช้เวลาคิดอยู่หลายสัปดาห์ ก่อนตั้งชื่อว่า “หลัวอัน” เพราะเธออยากให้ลูกเติบโตโดยไม่ต้องใช้ชีวิตเป็นเงาของใคร
จิ้นเหยียนได้พบลูกในวันที่เธออนุญาต เขายืนมองเด็กชายตัวเล็กอยู่นาน ก่อนถามว่า
“ฉันอุ้มได้ไหม”
เนี่ยนเนี่ยนมองเขาอย่างระมัดระวัง แล้วพยักหน้า
เขาอุ้มลูกด้วยแขนที่เกร็งจนเห็นได้ชัด กลัวทำเด็กเจ็บ กลัวถูกปฏิเสธ และกลัวว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสแก้ไขอะไรอีก
“คุณไม่ต้องรีบเป็นพ่อที่ดีในวันเดียว” เนี่ยนเนี่ยนบอก “แค่ทำให้สม่ำเสมอก็พอ”
จิ้นเหยียนมองเธอ “แล้วสำหรับเธอ ฉันยังมีโอกาสไหม”
“ฉันไม่รู้” เธอตอบตามจริง “ถ้าคุณต้องการคำตอบ คุณต้องยอมรับว่าบางทีฉันอาจไม่ให้มันเลยก็ได้”
เขาพยักหน้า
ครั้งนี้เขาไม่ได้ต่อรอง
หนึ่งปีต่อมา เนี่ยนเนี่ยนเปิดร้านออกแบบชุดแต่งงานเล็ก ๆ ใกล้ชายฝั่ง เธอเก็บชุดสีงาช้างตัวเดิมไว้ในตู้กระจก ไม่ใช่เพื่อรอเจ้าบ่าว แต่เพื่อเตือนตัวเองว่า มือที่เคยถูกเข็มทิ่มจนเป็นแผลสามารถสร้างสิ่งงดงามขึ้นมาได้ แม้คนที่เธอทำให้จะไม่เคยเห็นคุณค่าก็ตาม
เธอแก้ชายชุดใหม่และเปลี่ยนดอกลิลลีป่าที่ข้อมือเป็นดอกไม้สีฟ้า ลูกค้าคนแรกที่ซื้อชุดนั้นเป็นหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งซึ่งไม่ต้องการงานแต่งหรูหรา เธอเพียงอยากแต่งงานกับคนที่เลือกเธอโดยไม่ต้องเปรียบเทียบกับใคร
ในวันเปิดร้าน จิ้นเหยียนมาช่วยติดป้ายหน้าร้าน เขาไม่ได้เข้ามาในฐานะเจ้าของตระกูลหลัว แต่ในฐานะพ่อของอันอันและคนที่กำลังเรียนรู้วิธีอยู่ข้างเธอโดยไม่ยึดครองชีวิตเธอ
หลังจากติดป้ายเสร็จ เขายืนอยู่หน้าเรือนกระจกที่เธอสร้างขึ้นด้านหลังร้าน ทะเลอยู่ไกลออกไปจนสุดสายตา แสงเย็นส่องผ่านกระจกและตกลงบนกล่องไม้ใบเดิม
“ยังเก็บมันไว้อีกเหรอ” เขาถาม
“เก็บไว้ดูว่าฉันเคยยอมให้ตัวเองเล็กแค่ไหน”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
เนี่ยนเนี่ยนมองดอกลิลลีป่าที่กำลังผลิบานในกระถาง
“ตอนนี้ฉันไม่ใช่ตัวแทนของใครแล้ว”
จิ้นเหยียนไม่ได้พูดว่ารัก เขารู้ว่าคำพูดนั้นยังเบาเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ทำลายเธอ เขาเพียงวางกุญแจร้านไว้บนโต๊ะแล้วบอกว่า
“พรุ่งนี้ฉันจะมารับอันอันตามเวลาเดิม ถ้าเธอไม่สะดวก ฉันจะรออยู่ข้างนอก”
เนี่ยนเนี่ยนมองเขาแล้วพยักหน้า
เธอยังไม่รู้ว่าวันหนึ่งจะกลับไปรักเขาได้หรือไม่ แต่เธอรู้ว่าต่อจากนี้ ทุกประตูในชีวิตของเธอจะเป็นประตูที่เธอเลือกเปิดเอง
และชุดแต่งงานที่เคยถูกเรียกว่าเป็นของคนอื่น ยังคงแขวนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ริมทะเล รอวันที่เจ้าของตัวจริงจะตัดสินใจว่า เธออยากสวมมันเพื่อใคร หรือบางที…อาจไม่สวมให้ใครเลย