“แม่! ช่วยหนูด้วย!”
เสียงของเสิ่นซิงเหอดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ที่เปียกฝน ตามด้วยเสียงของเด็กอีกคนที่ร้องเรียกพี่สาวซ้ำ ๆ แล้วสายก็ตัดไปต่อหน้าหลิวเจี๋ย
เธอยืนนิ่งอยู่กลางสำนักงานก่อสร้าง มือหนึ่งกำโทรศัพท์ อีกมือกดหน้าท้องที่เริ่มปวดเกร็ง หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก สิ่งที่ทำให้เธอกลัวไม่ใช่แค่ฝนที่กำลังเทลงมาเหมือนฟ้าถล่ม แต่คือสถานที่ที่ลูกพูดถึง—หลุมระบายน้ำลึกด้านหลังไซต์ก่อสร้างของตระกูลเฉิน สถานที่ซึ่งคนงานทุกคนถูกสั่งห้ามเข้าใกล้
ลูกของเธอสองคนอยู่ในหลุมนั้น และน้ำกำลังสูงขึ้น
หลิวเจี๋ยโทรหาสามีทันที แต่ปลายสายไม่รับ เธอโทรซ้ำอีกครั้ง เสียงระบบตอบกลับว่าหมายเลขกำลังสนทนาอยู่ เธอจึงโทรหาแม่สามีแทน ทว่าหญิงชรากลับตอบด้วยน้ำเสียงรำคาญ
“เด็ก ๆ เล่นอยู่ข้างฉัน จะโทรมาถามอะไรไม่หยุดไม่หย่อนอีก”
“แม่คะ ซิงเหออยู่ที่ไซต์ก่อสร้าง เธอบอกว่าตกลงไปในหลุมกับเสิ่นหวังอัน!”
“เธอจะหยุดสร้างปัญหาสักวันได้ไหม เด็กอยู่กับฉันทั้งคู่”
สายถูกตัดทันที
หลิวเจี๋ยไม่รออีกต่อไป เธอคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไป แต่เพิ่งพ้นประตูสำนักงานก็มีรถบรรทุกคันหนึ่งแล่นผ่านแอ่งน้ำจนสาดโคลนใส่เสื้อผ้าของเธอ คนงานหลายคนหันมามอง บางคนหัวเราะเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้ไม่เคยเป็นที่ต้อนรับในบ้านเฉิน
เธอแต่งงานกับเฉินรูเยี่ยนมาเจ็ดปี มีลูกสองคน และทำงานดูแลเอกสารในบริษัทก่อสร้างของครอบครัวสามี แม้เธอจะช่วยจัดการบัญชี หาเอกสาร และแก้ปัญหาให้บริษัทอยู่หลายครั้ง แต่ในสายตาของแม่สามี เธอยังคงเป็นผู้หญิงยากจนจากต่างเมืองที่เกาะลูกชายของตนกิน
ไม่มีใครเคยถามว่าเธอเหนื่อยแค่ไหน
ไม่มีใครเคยสนใจว่าเงินเดือนของเธอหายไปไหน
และไม่มีใครเคยรู้ว่าในช่วงสองปีที่ผ่านมา เธอแอบจ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่สามีด้วยเงินเก็บทั้งหมดของตัวเอง
วันนี้เธอไม่สนใจคำดูถูกอีกแล้ว สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือไปให้ถึงลูก
ถนนไปไซต์ก่อสร้างถูกน้ำท่วม รถของเธอขับต่อได้เพียงไม่กี่ร้อยเมตรก็ต้องจอด เพราะดินโคลนไหลลงมาปิดทาง หลิวเจี๋ยลงจากรถแล้ววิ่งต่อโดยไม่สนใจว่ารองเท้าจะจมลงไปในโคลน เธอโบกรถทุกคันที่ผ่านไป จนในที่สุดมีรถแท็กซี่เก่าคันหนึ่งหยุดรับ
“พี่ครับ ฝนตกหนักมาก ทางข้างหน้าไปไม่ได้แล้ว” คนขับบอก
“ฉันจะจ่ายให้คุณสองเท่า ขอแค่พาฉันไปใกล้ไซต์ก่อสร้างที่สุด ลูกฉันติดอยู่ในหลุม”
“ถ้าเข้าไป รถผมอาจติดอยู่เลยนะครับ”
หลิวเจี๋ยถอดแหวนแต่งงานออกจากนิ้ว วางลงบนคอนโซลหน้ารถ
“นี่มีค่ามากกว่าค่าโดยสารหลายเท่า ช่วยฉันเถอะค่ะ”
ชายคนนั้นมองแหวน แล้วมองใบหน้าซีดเผือดของเธอ ก่อนจะถอนหายใจและเหยียบคันเร่ง
ที่ไซต์ก่อสร้าง คนงานกลุ่มหนึ่งกำลังยืนหลบฝนอยู่ใต้โครงเหล็ก เสิ่นหวังอันกับพี่สาวหายตัวไปเกือบยี่สิบนาทีแล้ว แต่ผู้คุมงานยังไม่ยอมสั่งหยุดเครื่องจักร
“พวกคุณเห็นเด็กสองคนตกลงไปในหลุมจริง ๆ เหรอ” ชายร่างใหญ่ถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ฉันเห็นกับตา” คนงานหนุ่มชื่อจ้าวหมิงตอบ “เด็กผู้หญิงพยายามจับมือเด็กผู้ชายไว้ ทั้งคู่ถูกน้ำพัดลงไป”
“เหลวไหล ที่นี่ไม่มีหลุม พื้นที่นั้นถูกเทคอนกรีตไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”
“แต่ผมเห็น—”
“ถ้าเจ้านายไม่สั่ง ห้ามใครหยุดงาน ใครหยุดเครื่องจักร ฉันจะหักค่าแรงทั้งหมด!”
คำสั่งนั้นมาจากเฉินรูเยี่ยน ผู้จัดการไซต์และสามีของหลิวเจี๋ย เขายืนอยู่ในสำนักงานชั่วคราวพร้อมโทรศัพท์แนบหู สีหน้าเย็นชาเหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวข้องกับเขาเลย
“พ่อของเด็กโทรมาแล้วหรือยัง” หลิวเจี๋ยถามทันทีเมื่อวิ่งเข้าไปถึง
รูเยี่ยนหันกลับมามองเธอ ก่อนจะขมวดคิ้ว
“เธอมาที่นี่ทำไม”
“ลูกอยู่ไหน”
“อยู่บ้านกับแม่”
“ซิงเหอโทรหาฉัน เธอบอกว่าตกลงไปในหลุมกับหวังอัน ฉันได้ยินเสียงน้ำและได้ยินลูกบอกว่าน้ำสูงถึงคอแล้ว”
คนงานรอบข้างเงียบลงทันที รูเยี่ยนกลับหัวเราะออกมาอย่างหงุดหงิด
“เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง ฝนตกจนสติเลอะเลือนไปแล้วใช่ไหม”
“ฉันไม่ได้สร้างเรื่อง ลูกของเรากำลังจะตาย!”
“พอได้แล้ว” เขาตะคอก “ตั้งแต่แต่งงานกับเธอ บ้านฉันไม่เคยมีวันสงบ เธอทำให้แม่ฉันป่วย ทำให้บริษัทวุ่นวาย แล้วยังจะลากเด็ก ๆ มาสร้างละครอีก”
หลิวเจี๋ยตบหน้าเขาเต็มแรง
เสียงฝ่ามือดังชัดเจนท่ามกลางเสียงฝน
“ถ้าลูกเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ยกโทษให้คุณ”
รูเยี่ยนจับแก้มตัวเอง ดวงตาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว
“เธอกล้าทำร้ายฉันต่อหน้าคนงาน?”
“ฉันถามอีกครั้ง ลูกอยู่ไหน”
ก่อนที่เขาจะตอบ ชายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาจากด้านหลังไซต์
“หัวหน้าครับ! มีรอยดินทรุดตรงเขตก่อสร้างเก่า เหมือนมีคนติดอยู่ข้างล่าง!”
รูเยี่ยนหันไปมองเพียงครู่เดียว ก่อนจะชี้ไปที่เครื่องเทคอนกรีต
“ทำงานต่อ ห้ามหยุด”
ทุกคนมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ
“แต่ถ้าเด็กอยู่ข้างล่างจริง—”
“ฉันบอกให้ทำงานต่อ!”
หลิวเจี๋ยรู้สึกเหมือนเลือดทั้งร่างแข็งตัว เธอหันไปทางหลุมที่อยู่หลังแนวกั้นเหล็ก แล้วเห็นมือเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมาจากดินเปียก ก่อนจะหายลงไปอีกครั้ง
“ซิงเหอ!”
เสียงของเธอทำให้เด็กที่อยู่ข้างล่างร้องตอบ
“แม่! แม่มาถึงแล้วเหรอ!”
หลิวเจี๋ยพุ่งไปยังแนวกั้น แต่รูเยี่ยนคว้าแขนเธอไว้
“อย่าเข้าไป”
“ปล่อยฉัน!”
“ดินกำลังจะถล่ม ถ้าเธอลงไป เราจะต้องช่วยเธอเพิ่มอีกคน”
“แล้วทำไมคุณยังสั่งให้เทคอนกรีตต่อ”
เขาไม่ตอบ
คำถามนั้นทำให้คนงานหลายคนเริ่มมองหน้ากัน พวกเขารู้ว่าหากเครื่องจักรทำงานต่อ แรงสั่นสะเทือนจะทำให้ขอบหลุมพังลงมา เด็กสองคนอาจถูกฝังทั้งเป็น
จ้าวหมิงเดินออกจากกลุ่ม
“หัวหน้า เราควรหยุดเครื่องก่อน”
“ใครอนุญาตให้พูด” รูเยี่ยนตวาด “ถ้าไซต์นี้หยุด บริษัทจะเสียเงินหลายล้าน ใครจะรับผิดชอบ”
“ชีวิตเด็กสำคัญกว่าเงิน”
“ถ้าไม่อยากทำงานก็ออกไป”
รูเยี่ยนกดสวิตช์สื่อสาร เครื่องจักรขนาดใหญ่เริ่มทำงาน เสียงเครื่องยนต์คำรามกลบเสียงร้องไห้ของเด็กทั้งสอง
หลิวเจี๋ยกรีดร้องแล้วกัดมือเขาจนเลือดออก ก่อนจะผลักตัวเองไปที่ขอบหลุม เธอคว้าเชือกนิรภัยจากรถขนวัสดุแล้วผูกเข้ากับเสาเหล็ก
“คุณจะทำอะไร” จ้าวหมิงถาม
“ลงไปเอาลูกขึ้นมา”
“มันอันตรายเกินไป”
“ถ้าฉันไม่ลงไป พวกเขาจะไม่มีเวลาแล้ว”
จ้าวหมิงจับปลายเชือกแน่นและหันไปสั่งคนงานอีกสามคนให้ช่วยกันดึง หลิวเจี๋ยค่อย ๆ หย่อนตัวลงไปในหลุม น้ำโคลนเย็นจัดกระแทกถึงเอว กลิ่นดินและน้ำมันเครื่องทำให้เธอแทบหายใจไม่ออก
“แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ซิงเหอ จับมือแม่ไว้!”
“แม่ หนูจับหวังอันอยู่ แต่เขาหายใจไม่ค่อยออกแล้ว!”
หลิวเจี๋ยคลำตามเสียงจนเจอมือของลูกสาว เด็กหญิงกำลังยืนบนแผ่นคอนกรีตที่แตกร้าว ส่วนเสิ่นหวังอันถูกกิ่งไม้และแผ่นเหล็กกดขาไว้ น้ำสูงเกือบถึงคาง
“แม่ช่วยน้องก่อน” ซิงเหอบอก “หนูยังไหว”
คำพูดนั้นทำให้หลิวเจี๋ยเจ็บจนแทบร้องไห้ ลูกสาวอายุเพียงแปดขวบ แต่กลับพยายามทำตัวเข้มแข็งเพื่อปกป้องน้องชาย
“แม่จะช่วยทั้งคู่ ไม่มีใครถูกทิ้ง”
เธอใช้มือเปล่าดึงกิ่งไม้ที่กดขาของหวังอันออก แต่แผ่นเหล็กไม่ขยับ น้ำไหลแรงขึ้นทุกวินาที ด้านบนเสียงเครื่องจักรยังคงทำงานโดยไม่หยุด
“รูเยี่ยน! หยุดเครื่องเดี๋ยวนี้!” เธอตะโกน
ไม่มีคำตอบ
“ฉันบอกให้หยุด!”
จ้าวหมิงมองขึ้นไป ก่อนจะเห็นผู้คุมงานสองคนกำลังเทปูนต่อไปตามคำสั่งของรูเยี่ยน เขาตัดสินใจวิ่งไปดึงคันโยกฉุกเฉิน เครื่องจักรหยุดลงพร้อมเสียงกระแทกดังสนั่น
รูเยี่ยนพุ่งเข้ามาผลักเขา
“แกกล้าขัดคำสั่งฉันหรือ”
“ผมไม่ยอมให้คุณฝังเด็กทั้งเป็น”
“ถ้าเครื่องหยุด บริษัทเสียหาย แกชดใช้ไหวไหม”
“ถ้าเด็กตาย คุณชดใช้ไหวหรือ”
คนงานคนอื่นเริ่มหยุดมือ ไม่มีใครกลับไปทำงานอีก
ขณะนั้นรถกู้ภัยคันหนึ่งฝ่าถนนโคลนเข้ามา เจ้าหน้าที่รีบลงจากรถพร้อมอุปกรณ์ช่วยชีวิต พวกเขาประเมินหลุมอย่างรวดเร็วและสั่งให้ทุกคนถอยออก เพราะดินด้านหนึ่งเริ่มเลื่อนตัว
หลิวเจี๋ยยังจับมือซิงเหอไว้แน่น
“แม่ หนูเจ็บ” เด็กหญิงกระซิบ
“อดทนอีกนิดนะ แม่อยู่กับหนู”
เจ้าหน้าที่ส่งเครื่องตัดเหล็กลงมา แต่เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นจากด้านบน
“เดี๋ยวก่อน!”
แม่สามีของหลิวเจี๋ยเดินฝ่าฝนเข้ามา เธอถือร่มราคาแพงและมีหญิงรับใช้เดินตามอยู่ด้านหลัง
“รูเยี่ยน ลูกอยู่ไหน”
“แม่กลับไปก่อน” เขาตอบอย่างลุกลี้ลุกลน
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไร แค่คนงานเข้าใจผิด”
ในจังหวะนั้นเอง เสิ่นหวังอันก็ร้องเรียกจากก้นหลุม
“ยาย! ช่วยผมด้วย!”
หญิงชราหน้าซีดเผือด เธอมองลงไปเห็นหลานชายอยู่ในน้ำ จึงหันไปมองลูกชายด้วยสายตาตกตะลึง
“แกบอกว่าเด็กอยู่กับฉันไม่ใช่หรือ”
รูเยี่ยนเงียบ
“แกเอาเด็กมาที่นี่ทำไม”
ไม่มีใครรู้คำตอบในตอนนั้น แต่หลิวเจี๋ยเริ่มเข้าใจว่าเด็กไม่ได้แอบมาเล่นที่ไซต์โดยบังเอิญ เธอจำได้ว่าเมื่อเช้า ลูกสาวเคยพูดว่า พ่อบอกให้พวกเขาไปดู “บ้านใหม่” หลังแนวก่อสร้าง และกำชับไม่ให้บอกแม่
รูเยี่ยนเป็นคนพาเด็กมาที่นี่
แต่ทำไมเขาถึงโกหกทุกคน
เจ้าหน้าที่ตัดแผ่นเหล็กออกได้ในที่สุด หลิวเจี๋ยดึงหวังอันเข้าหาตัวแล้วส่งเขาให้ทีมกู้ภัยก่อน จากนั้นจึงกอดซิงเหอไว้แน่น เด็กหญิงหมดแรงและตัวสั่นจนพูดไม่ออก
ทั้งสองถูกนำขึ้นมาพร้อมกัน หวังอันขาหักและมีอาการสำลักน้ำ ส่วนซิงเหอมีบาดแผลที่ศีรษะและอุณหภูมิร่างกายต่ำ เจ้าหน้าที่รีบนำเด็กขึ้นรถพยาบาล
หลิวเจี๋ยกำลังจะตามไป แต่รูเยี่ยนกลับคว้าไหล่เธอไว้
“ห้ามพูดเรื่องที่เกิดขึ้นกับใคร”
“คุณยังกล้าสั่งฉันอีกหรือ”
“ถ้าเรื่องนี้ถูกเปิดเผย บริษัทจะถูกตรวจสอบ ไซต์นี้อาจไม่มีใบอนุญาตก่อสร้าง เราทุกคนจะเดือดร้อน”
หลิวเจี๋ยมองเขาอย่างเย็นชา
“เด็กเกือบตายเพราะคุณ แต่สิ่งที่คุณกลัวคือบริษัทเดือดร้อน?”
“เธอไม่เข้าใจเรื่องธุรกิจ”
“ฉันเข้าใจมากกว่าคุณคิด”
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดไฟล์เสียงที่บันทึกไว้ระหว่างการทะเลาะ เสียงของรูเยี่ยนที่สั่งให้เดินเครื่องต่อแม้รู้ว่าเด็กอยู่ในหลุมดังชัดเจน
“ตั้งแต่ตอนที่ฉันได้ยินลูกโทรมา ฉันเปิดบันทึกเสียงไว้”
สีหน้าของรูเยี่ยนเปลี่ยนไป
“ลบมันเดี๋ยวนี้”
“ไม่”
“หลิวเจี๋ย เธอเป็นภรรยาฉัน”
“และคุณเป็นพ่อของเด็ก แต่คุณเลือกเงินมากกว่าชีวิตของพวกเขา”
เธอเดินตามรถพยาบาลไปโดยไม่หันกลับมามอง
ที่โรงพยาบาล หมอบอกว่าหวังอันต้องผ่าตัดขาและเฝ้าระวังอาการจากการสำลักน้ำ ส่วนซิงเหอปลอดภัยแล้ว แต่ยังมีอาการตกใจอย่างรุนแรง หลิวเจี๋ยนั่งอยู่ระหว่างเตียงของลูกทั้งสอง จับมือพวกเขาไว้คนละข้าง
ไม่นานนัก รูเยี่ยนกับแม่ของเขาก็มาถึง หญิงชราร้องไห้และกล่าวโทษหลิวเจี๋ยทันที
“ถ้าเธอไม่ปล่อยเด็กไว้ตามลำพัง เรื่องทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น”
หลิวเจี๋ยเงยหน้าขึ้น
“ฉันปล่อยพวกเขาไว้ตามลำพังหรือคะ”
“เธอเป็นแม่ เธอต้องดูแลลูก”
“ฉันทำงานอยู่เพราะสามีของคุณบอกว่าถ้าฉันไม่ทำบัญชีให้เสร็จ จะไม่จ่ายค่าเล่าเรียนของเด็ก แล้วใครเป็นคนพาเด็กไปที่ไซต์คะ”
แม่สามีหันไปมองลูกชาย
รูเยี่ยนพูดไม่ออก
หลิวเจี๋ยเปิดไฟล์เสียงให้ทุกคนฟัง เสียงของเขาที่สั่งให้คนงานเทคอนกรีตต่อ แม้มีความเป็นไปได้ว่าเด็กอยู่ในหลุม ทำให้ห้องเงียบสนิท
“รูเยี่ยน นี่เสียงแกจริงหรือ” แม่ของเขาถาม
“ผมแค่ไม่รู้แน่ชัดว่าเด็กอยู่ข้างล่าง”
“แต่แกได้ยินภรรยาบอกแล้ว”
“ผมต้องปกป้องบริษัท”
หลิวเจี๋ยหัวเราะเบา ๆ ทั้งที่น้ำตาไหล
“ไม่ใช่บริษัทหรอก คุณกำลังปกป้องเงินที่คุณซ่อนอยู่”
รูเยี่ยนชะงัก
หลายเดือนก่อน หลิวเจี๋ยพบยอดโอนเงินผิดปกติในบัญชีบริษัท เงินจำนวนมหาศาลถูกจ่ายให้ผู้รับเหมารายหนึ่งซึ่งไม่มีพนักงาน ไม่มีสำนักงาน และมีที่อยู่เดียวกับบ้านของพี่ชายรูเยี่ยน เธอเคยถามเขา แต่เขากลับหาว่าเธอแอบตรวจบัญชีส่วนตัว
หลังเกิดเหตุ เธอจึงตรวจเอกสารอีกครั้งและพบว่าบริษัทกำลังใช้วัสดุราคาถูกกว่าที่ระบุในสัญญา พื้นที่ที่เด็กตกลงไปไม่ควรเป็นหลุมเปิด แต่พื้นคอนกรีตที่เทไว้ก่อนหน้านั้นบางเกินไปและไม่มีเหล็กเสริมตามแบบ
รูเยี่ยนรู้เรื่องทั้งหมด
เขาพาเด็กไปที่ไซต์เพื่อถ่ายวิดีโอประชาสัมพันธ์ว่าโครงการกำลังก้าวหน้า และต้องการให้พวกเขาเดินดูพื้นที่ที่ยังไม่เสร็จ แต่เมื่อฝนตกหนัก เขากลับทิ้งเด็กไว้กับคนงานแล้วไปประชุมเรื่องเงินกับผู้รับเหมารายอื่น
เมื่อรู้ว่าเด็กตกลงไป เขาไม่ได้รีบช่วย แต่พยายามเทคอนกรีตปิดหลุมเพื่อทำลายหลักฐาน
สิ่งที่เขาเรียกว่า “การปกป้องบริษัท” แท้จริงคือการปกป้องการโกงของตัวเอง
ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอาคารเข้ามาสอบสวนในคืนนั้น คนงานหลายคนให้การตรงกัน จ้าวหมิงมอบภาพจากกล้องโทรศัพท์ที่ถ่ายไว้ตอนรูเยี่ยนสั่งให้เดินเครื่องต่อ ขณะที่หลิวเจี๋ยส่งบัญชีการโอนเงินและไฟล์เสียงให้เจ้าหน้าที่
รูเยี่ยนพยายามต่อรอง
“ฉันจะจ่ายค่ารักษาทั้งหมด ขอแค่เธอถอนเรื่อง”
“คุณกำลังใช้เงินซื้อความเงียบอีกแล้ว”
“เธออยากให้ลูกมีพ่อเป็นนักโทษหรือ”
หลิวเจี๋ยมองไปยังเตียงของลูกชายที่ยังหลับอยู่
“ผมอยากให้ลูกมีพ่อที่ยอมรับผิดชอบ ไม่ใช่พ่อที่สั่งให้คนฝังพวกเขาเพื่อรักษาชื่อเสียงตัวเอง”
การสอบสวนใช้เวลาหลายสัปดาห์ ไซต์ก่อสร้างถูกสั่งระงับ ผู้รับเหมาถูกตรวจสอบเรื่องวัสดุและใบอนุญาต บริษัทต้องรับผิดชอบค่ารักษาและค่าเสียหายของเด็ก แต่เงินไม่อาจทำให้ขาของหวังอันกลับมาเหมือนเดิมได้ในทันที
รูเยี่ยนถูกดำเนินคดีจากการละเลยความปลอดภัย การทำลายหลักฐาน และความผิดเกี่ยวกับการเงินของบริษัท เขาไม่ได้ถูกส่งเข้าคุกในคืนเดียวอย่างที่หลายคนคาดหวัง คดีต้องผ่านการสอบสวนและพิจารณาหลักฐานอีกนาน แต่เขาถูกปลดจากตำแหน่งและไม่สามารถเข้าใกล้ไซต์ก่อสร้างได้
แม่ของเขาพยายามขอให้หลิวเจี๋ยช่วยถอนคำให้การ แต่เมื่อเห็นใบหน้าหวาดกลัวของซิงเหอ หญิงชราก็หยุดพูด เธอเพิ่งเข้าใจว่าแม้ตัวเองจะรักลูกชายเพียงใด ก็ไม่ควรยอมให้เขาหนีความรับผิดชอบ
หลังออกจากโรงพยาบาล หลิวเจี๋ยย้ายไปอยู่บ้านเช่าหลังเล็กใกล้โรงเรียนของลูก เธอขายแหวนแต่งงานที่ใช้เป็นค่าแท็กซี่ไม่ได้ เพราะมันยังอยู่กับคนขับรถ แต่เธอไม่เสียดายอีกแล้ว แหวนวงนั้นเคยเป็นสัญลักษณ์ของคำสัญญาที่รูเยี่ยนไม่เคยรักษา
บริษัทต้องจ่ายเงินชดเชยส่วนหนึ่งตามข้อตกลงทางกฎหมาย หลิวเจี๋ยใช้เงินนั้นเป็นค่าผ่าตัดและกายภาพบำบัดของหวังอัน ส่วนที่เหลือเธอเก็บไว้เป็นทุนเปิดสำนักงานรับทำบัญชีเล็ก ๆ เธอไม่อยากกลับไปทำงานให้คนที่มองชีวิตคนเป็นตัวเลขอีก
ซิงเหอใช้เวลานานกว่าจะกล้าเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้าง เด็กหญิงสะดุ้งทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ แต่ทุกคืนเธอยังจับมือน้องชายก่อนนอน เหมือนในวันที่น้ำสูงถึงคอ
วันหนึ่ง หวังอันถามแม่ว่า
“แม่ครับ ถ้าวันนั้นแม่มาไม่ทัน พี่จะปล่อยมือผมไหม”
ซิงเหอที่นั่งวาดรูปอยู่ข้าง ๆ เงยหน้าขึ้นก่อนที่หลิวเจี๋ยจะตอบ
“ไม่ปล่อยหรอก ผมก็จะจับมือพี่ไว้เหมือนกัน”
หลิวเจี๋ยกอดเด็กทั้งสองไว้แน่น เธอไม่สัญญาว่าชีวิตต่อจากนี้จะไม่มีความกลัว เพราะเธอรู้ดีว่าบาดแผลบางอย่างไม่ได้หายไปพร้อมกับการออกจากโรงพยาบาล แต่เธอสัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครทำให้ลูกเชื่อว่าชีวิตของพวกเขามีค่าน้อยกว่าเงินอีก
หลายเดือนต่อมา เธอกลับไปที่ไซต์ก่อสร้างพร้อมเด็ก ๆ พื้นที่นั้นถูกทุบและสร้างใหม่ตามมาตรฐาน มีรั้วกั้นแน่นหนาและป้ายเตือนขนาดใหญ่ คนงานบางคนจำเธอได้และก้มศีรษะให้ด้วยความเคารพ
จ้าวหมิงกลายเป็นหัวหน้าคนงานคนใหม่ เขาเป็นพยานสำคัญในคดี และยังคงพาเด็ก ๆ ไปดูต้นไม้เล็ก ๆ ที่ปลูกไว้ริมพื้นที่ก่อสร้าง
“ต้นนี้โตเร็วมากเลยนะครับ” เขาบอก
ซิงเหอยิ้มแล้วหันไปมองน้องชาย
“โตเร็วกว่าเราตอนอยู่ในหลุมไหม”
หวังอันหัวเราะ แม้ยังเดินด้วยไม้ค้ำ
หลิวเจี๋ยมองมือของลูกทั้งสองที่จับกันอยู่ ความทรงจำเรื่องน้ำโคลน เสียงเครื่องจักร และความกลัวในคืนนั้นยังคงอยู่ แต่ความทรงจำเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวันที่พวกเขาเกือบสูญเสียชีวิตอีกต่อไป
มันเป็นวันที่เธอหยุดยอมให้คนอื่นตัดสินคุณค่าของครอบครัว
ก่อนกลับบ้าน ซิงเหอหยิบเชือกเส้นเก่าที่เจ้าหน้าที่เก็บไว้คืนให้แม่ เชือกนั้นสกปรกและมีรอยขาดตรงกลาง แต่ยังมัดปมแน่นอยู่
หลิวเจี๋ยเก็บมันไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานใหม่
ทุกครั้งที่มองเห็น เธอจะจำได้ว่าในวันที่น้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ช่วยให้พวกเขารอดไม่ใช่เงิน ไม่ใช่ชื่อเสียง และไม่ใช่คำสั่งของคนมีอำนาจ
แต่คือมือเล็ก ๆ สามคู่ที่ไม่ยอมปล่อยกัน